29/3/55

โปรแกรม ท่องเที่ยวหัวใจใหม่

               
               การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในปี 2554 ยังเป็นการมองไปข้างหน้า โดยส่วนของตลาดในประเทศ จะใช้แคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” เพื่อมุ่งเน้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ แบบรักษาคุณค่า ความมั่งคั่งของทรัพยากร ซึ่งจะนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็จะเป็นการสร้างทัศนคติด้านใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวไทย และยังจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกดี ที่เห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าว สำหรับตลาดต่างประเทศ จะยังใช้สโลแกน อะเมซิ่งไทยแลนด์ เน้นความเข้มแข็งของแบรนด์ประเทศไทย ให้เกิดการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ให้รู้ว่าแบรนด์ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ไม่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีความเสียหายในระยะยาว เป็นเพียงความเสียหายในระยะสั้นเท่านั้น ความสามารถของไทยยังมีอยู่ ซึ่งนี่จะเป็นรูปแบบที่จะใช้ในการสื่อสารกับต่างชาติ
ได้ เวลา…สัมผัสธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าไปกับ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” ด้วยการร่วมมือกันปลุกจิตสำนึกเพื่อนร่วมทาง กระตุ้นวิถีชุมชน สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม ปกป้อง ดูแล รักษา ทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อดำรงโลกสีเขียวให้อยู่อย่างยั่งยืนต่อไป



โปรแกรม แนะนำตะลุยชื่นชมความงดงามสถานที่ท่องเที่ยวตัวอย่าง “7 GREENS : ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” สนุกและมีความสุขในรูปแบบ “เที่ยวหัวใจใหม่…เมืองไทยยั่งยืน” คืนธรรมชาติสู่ผืนโลก คืนความมั่งคั่งสู่ชุมชน แต่ละภาครอต้อนรับการมาเยือนอย่างเป็นมิตรไมตรี

หาก เปลี่ยนเข็มไมล์ไปทาง “ภาคตะวันออก” ที่มาแรงด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ต้องที่ “ตำบลห้วยแร้ง” จะได้สัมผัสชีวิตชุมชนริมคลองที่อยู่กันแบบพอเพียง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นมาเป็นภาชนะใส่อาหาร ทำสบู่เปลือกมังคุดใช้กันเอง และมีแหล่งพักสายตาน้ำตกลำน้ำห้วยแร้ง 18 แก่ง ต่อด้วย “ชุมชนบ้านสลักคอก เกาะช้าง” ชุมทางประมงพื้นบ้านแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ตื่นเต้นกับการพายเรือคยักชมระบบนิเวศป่าผืนใหญ่สุดของเกาะ ล่องเรือรับประทานอาหารเย็น ก่อนหลับฝันดียามค่ำคืน

หรือจะมุ่งหน้า สู่ “ภาคเหนือ” พื้นที่สลับซ้อนแห่งภูเขาเขียวขจี มีสถานที่ธรรมชาติสดใหม่ ณ “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา” ดินแดนแห่งพืชพื้นถิ่นหายากใกล้สูญพันธุ์อย่างต้นชมพูภูคา หรือจะแวะ “อุทยานแห่งชาติแม่จริม” ล่องแก่งหลวงลำน้ำว้า ความท้าทายระดับ 3-5 สลับกันไปตลอดกว่า 22 แก่ง จากนั้นก็จองพักโฮมสเตย์ “บ้านหาดผาขน” ชุมชนเกษตรเมืองน่านที่มีความผูกพันกับสายน้ำ เมนูอาหารจานหลักคือปลา…รับประกันความสุขเมื่อมาเยือนเมืองน่าน

จัด โปรแกรมสัปดาห์ต่อไป มุ่งหน้าเยือน “ภาคอีสาน” นั่งหรือขับรถเลาะเมืองย่าโม “นครราชสีมา” ไปชม “ไร่องุ่นกรานมอนเต้” ต้นแบบการนำเทคโนโลยีพยากรณ์สภาพอากาศ ลดการใช้สารเคมี แหล่งปลูกองุ่นทำไวน์และผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากชนิด บึ่งรถต่อไป “อำเภอวังน้ำเขียว” เยี่ยมชม “สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช” สถานที่ 1 ใน 408 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งชีวมณฑลของโลกที่
ยูเนสโกจัดให้มีกิจกรรม ท่องไพรชมป่าดิบแล้ง เต็งรัง พืชสมุนไพร เมื่อรู้สึกล้าให้แวะที่ “กลุ่มแม่บ้านโนนค่าง” มีบริการนวดเท้า ทดลองทำขนมพื้นบ้าน ชิมเมี่ยงคำ หมากเม่า น้ำผลไม้ตามฤดูกาล

สำหรับ “ภาคใต้” จังหวัดที่มีครบทุกอย่างอีกแห่งคือ “นครศรีธรรมราช” กิจกรรมหลัก ๆ ได้แก่ แวะสักการะพระบรมสารีริกธาตุต้องที่ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” เรียนรู้วัฒนธรรมเชิงลึก แวะ “พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง บ้านหนังสุชาติ ทรัพย์สิน” ชมต้นแบบการจัดการชุมชนกลางธรรมชาติเขียวครึ้มควรไป “หมู่บ้านคีรีวง” ผู้ที่ชื่นชอบไอทะเลหมอกยามเช้าควรขึ้นยอดเขาเหล็ก “บ้านกุงชิง” ในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีหนานฝนแสนห่าให้ชม

ที่มา : www.muangthai.com

เที่ยวหัวใจใหม่.....เมืองไทยยั่งยืน



ที่มา : http://www.youtube.com/
       

การท่องที่ยวแห่งประเทศไทย


             ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้ขยายตัวมากขึ้น จนกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้กับประเทศและยังได้สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างระบบสาธารณูปโภคอีกมากมาย ในขณะเดียวกันทรัพยากรการท่องเที่ยวได้ถูกใช้ไปอย่างหนักจนเกิดปัญหาความเสื่อมโทรมและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รับทราบถึงประโยชน์และคุณค่าที่ได้จากการท่องเที่ยว แต่ก็ยังคงเดินทางท่องเที่ยวตามฤดูกาล และไปโดยมีแรงกระตุ้นจากการส่งเสริมการขายเป็นหลัก ดังนั้นในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงมีนโยบายที่จะมุ่งสร้างกระแสให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยทุกคน เพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่มี “คุณค่า”และมี “ความยั่งยืน”อย่างแท้จริง

      การท่องเที่ยวหัวใจใหม่ เป็นการท่องเที่ยวเพื่อความยั่งยืนยั่งยืน ประกอบด้วยคุณค่า ๕ ประการ คือ การท่องเที่ยวโดยมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งจะก่อให้เกิดคุณค่าและความภาคภูมิใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบธุรกิจทุกภาคส่วน และนักท่องเที่ยวต้องมีจิตสำนึกที่รัก หวงแหน และรู้คุณค่าของสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรการท่องเที่ยวต่าง ๆ ช่วยกันดูแลเพื่อให้สิ่งเหล่านี้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป ทำธุรกิจอย่างไม่คดโกงเอาเปรียบ ทั้งกับทรัพยากรการท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยว


 ประการต่อมาคือ การท่องเที่ยวด้วยมุมมองที่สร้างสรรค์ ก่อให้เกิดแนวคิดใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ในการสร้างคุณค่า หรือเพิ่มมูลค่าให้กับทรัพยากรการท่องเที่ยว สร้างสรรค์สิ่งที่ดี ผลิตภัณฑ์ที่ดี บริการที่ดี กิจกรรมการท่องเที่ยวที่ดี รู้จักพัฒนาความคิด พัฒนาพื้นที่ที่มีอยู่อย่างสร้างสรรค์ และไม่ทำให้เสื่อมสลาย

ประการที่สาม คือการท่องเที่ยวที่ทำให้สายสัมพันธ์แน่นแฟ้น เสริมสร้างความผูกพันและสามัคคีระหว่างกันทุกภาคส่วน ทั้งผู้ประกอบธุรกิจ นักท่องเที่ยว ชุมชนเจ้าของพื้นที่ รู้จักพึ่งพาซึ่งกันและกัน ไม่เอารัดเอาเปรียบและคิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน ซึ่งจะก่อให้เกิดความเข้าอกเข้าใจกัน และเห็นคุณค่าในความแตกต่างของกันและกันมากขึ้น

            ประการที่สี่ คือการท่องเที่ยวด้วยความเข้าใจ จะทำให้เกิดการเรียนรู้ เกิดประสบการณ์ใหม่ ๆ เกิดความเชื่อมโยงและก่อให้เกิดปัญญา เข้าใจถึงคุณค่าของสิ่งที่ล้ำค่าของประเทศ ทั้งขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ สิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน และซึมซับเข้าไปในจิตใจ

            ประการที่ห้า หรือประการสุดท้ายก็คือ การท่องเที่ยวด้วยหัวใจ คือการไปด้วยความรัก ความปรารถนาดี ความผูกพันและความหวงแหน ซึ่งจะทำให้หัวใจรักในการอนุรักษ์ เห็นถึงคุณค่า เคารพในสถานที่ท่องเที่ยวนั้น ๆ ทำให้การท่องเที่ยวเป็นมากกว่าที่ตาเห็น แต่สัมผัสได้ด้วยหัวใจ ซึ่งจะยั่งยืนอยู่คู่ประเทศไทยต่อไป

            จากการเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ใดก็ตามที่เราชื่นชอบ ได้ชื่นชมความงามของธรรมชาติ ประทับใจกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เพลิดเพลินไปกับวัฒนธรรมประเพณี หรือมีความสุขเมื่อเห็นความงามทางประวัติศาสตร์ ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่เราจะรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ เพียงแค่เราออกไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นด้วยหัวใจใหม่ เพื่อให้เมืองไทยยั่งยืน



ที่มา : www.highlightthailand.com