การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในปี 2554 ยังเป็นการมองไปข้างหน้า โดยส่วนของตลาดในประเทศ จะใช้แคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” เพื่อมุ่งเน้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ แบบรักษาคุณค่า ความมั่งคั่งของทรัพยากร ซึ่งจะนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็จะเป็นการสร้างทัศนคติด้านใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวไทย และยังจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกดี ที่เห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าว สำหรับตลาดต่างประเทศ จะยังใช้สโลแกน อะเมซิ่งไทยแลนด์ เน้นความเข้มแข็งของแบรนด์ประเทศไทย ให้เกิดการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ให้รู้ว่าแบรนด์ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ไม่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีความเสียหายในระยะยาว เป็นเพียงความเสียหายในระยะสั้นเท่านั้น ความสามารถของไทยยังมีอยู่ ซึ่งนี่จะเป็นรูปแบบที่จะใช้ในการสื่อสารกับต่างชาติ
ได้ เวลา…สัมผัสธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าไปกับ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” ด้วยการร่วมมือกันปลุกจิตสำนึกเพื่อนร่วมทาง กระตุ้นวิถีชุมชน สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม ปกป้อง ดูแล รักษา ทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อดำรงโลกสีเขียวให้อยู่อย่างยั่งยืนต่อไป
หาก เปลี่ยนเข็มไมล์ไปทาง “ภาคตะวันออก” ที่มาแรงด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ต้องที่ “ตำบลห้วยแร้ง” จะได้สัมผัสชีวิตชุมชนริมคลองที่อยู่กันแบบพอเพียง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นมาเป็นภาชนะใส่อาหาร ทำสบู่เปลือกมังคุดใช้กันเอง และมีแหล่งพักสายตาน้ำตกลำน้ำห้วยแร้ง 18 แก่ง ต่อด้วย “ชุมชนบ้านสลักคอก เกาะช้าง” ชุมทางประมงพื้นบ้านแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ตื่นเต้นกับการพายเรือคยักชมระบบนิเวศป่าผืนใหญ่สุดของเกาะ ล่องเรือรับประทานอาหารเย็น ก่อนหลับฝันดียามค่ำคืน
หรือจะมุ่งหน้า สู่ “ภาคเหนือ” พื้นที่สลับซ้อนแห่งภูเขาเขียวขจี มีสถานที่ธรรมชาติสดใหม่ ณ “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา” ดินแดนแห่งพืชพื้นถิ่นหายากใกล้สูญพันธุ์อย่างต้นชมพูภูคา หรือจะแวะ “อุทยานแห่งชาติแม่จริม” ล่องแก่งหลวงลำน้ำว้า ความท้าทายระดับ 3-5 สลับกันไปตลอดกว่า 22 แก่ง จากนั้นก็จองพักโฮมสเตย์ “บ้านหาดผาขน” ชุมชนเกษตรเมืองน่านที่มีความผูกพันกับสายน้ำ เมนูอาหารจานหลักคือปลา…รับประกันความสุขเมื่อมาเยือนเมืองน่าน
จัด โปรแกรมสัปดาห์ต่อไป มุ่งหน้าเยือน “ภาคอีสาน” นั่งหรือขับรถเลาะเมืองย่าโม “นครราชสีมา” ไปชม “ไร่องุ่นกรานมอนเต้” ต้นแบบการนำเทคโนโลยีพยากรณ์สภาพอากาศ ลดการใช้สารเคมี แหล่งปลูกองุ่นทำไวน์และผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากชนิด บึ่งรถต่อไป “อำเภอวังน้ำเขียว” เยี่ยมชม “สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช” สถานที่ 1 ใน 408 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งชีวมณฑลของโลกที่
ยูเนสโกจัดให้มีกิจกรรม ท่องไพรชมป่าดิบแล้ง เต็งรัง พืชสมุนไพร เมื่อรู้สึกล้าให้แวะที่ “กลุ่มแม่บ้านโนนค่าง” มีบริการนวดเท้า ทดลองทำขนมพื้นบ้าน ชิมเมี่ยงคำ หมากเม่า น้ำผลไม้ตามฤดูกาล
สำหรับ “ภาคใต้” จังหวัดที่มีครบทุกอย่างอีกแห่งคือ “นครศรีธรรมราช” กิจกรรมหลัก ๆ ได้แก่ แวะสักการะพระบรมสารีริกธาตุต้องที่ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” เรียนรู้วัฒนธรรมเชิงลึก แวะ “พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง บ้านหนังสุชาติ ทรัพย์สิน” ชมต้นแบบการจัดการชุมชนกลางธรรมชาติเขียวครึ้มควรไป “หมู่บ้านคีรีวง” ผู้ที่ชื่นชอบไอทะเลหมอกยามเช้าควรขึ้นยอดเขาเหล็ก “บ้านกุงชิง” ในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีหนานฝนแสนห่าให้ชม
ที่มา : www.muangthai.com



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น