22/5/55

ยั่งยืน




ในปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้ขยายตัวมากขึ้น จนกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักที่ทำรายได้ให้กับประเทศและยังได้สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างระบบสาธารณูปโภคอีกมากมาย ในขณะเดียวกันทรัพยากรการท่องเที่ยวได้ถูกใช้ไปอย่างหนักจนเกิดปัญหาความเสื่อมโทรมและเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รับทราบถึงประโยชน์และคุณค่าที่ได้จากการท่องเที่ยว แต่ก็ยังคงเดินทางท่องเที่ยวตามฤดูกาล และไปโดยมีแรงกระตุ้นจากการส่งเสริมการขายเป็นหลัก ดังนั้นในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจึงมีนโยบายที่จะมุ่งสร้างกระแสให้การท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทยทุกคน เพื่อสร้างการท่องเที่ยวที่มี “คุณค่า”และมี “ความยั่งยืน”อย่างแท้จริง

            วัตถุประสงค์ของการสร้างกระแสให้การท่องเที่ยวใหม่นี้ก็คือ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศอย่างต่อเนื่องและเพิ่มมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างทัศนคติของคนไทยให้ตระหนักถึงความสำคัญของการท่องเที่ยวต่อการดำรงชีวิตเสมือนเป็นปัจจัยหลัก เป็นปัจจัยที่ ๕ ของชีวิต และเพื่อส่งเสริมให้เกิดการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน โดยเสริมสร้างสมดุลทั้ง ๒ มิติ คือ มิติทางเศรษฐกิจ และมิติทางสังคม โดยให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก

            ความยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ถ้าคนไทยทุกคนเล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติที่เรามี และมองเห็นการท่องเที่ยวเป็นปัจจัยที่ ๕ ของชีวิต ด้วยเหตุนี้จึงจำเป็นต้องสร้างความสมดุลระหว่างต้นทุนทางการท่องเที่ยวและการตลาด โดยการสร้างวัฒนธรรมทางการท่องเที่ยวแบบใหม่ขึ้นมา เปลี่ยนความคิดใหม่ เปลี่ยนวิธีการท่องเที่ยวใหม่ ให้กลายเป็นหัวใจดวงใหม่ ที่พร้อมเดินทางออกไปท่องเที่ยวด้วยความรัก ความหวงแหนและรู้คุณค่าของทุกสถานที่ที่ได้ไป ซึ่งจะนำมาสู่การท่องเที่ยวแบบใหม่ ที่สร้างให้เกิดความยั่งยืนของการท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งเป็นที่มาของแนวความคิด “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน”ซึ่งเป็นกลยุทธ์และแผนการประชาสัมพันธ์เพื่อการท่องเที่ยวภายในประเทศปี ๒๕๕๔

ที่มา http://www.highlightthailand.com

Activity


กิจกรรมที่ ททท. ร่วมจัดกับหน่วยงานที่ลงนามบันทึกข้อตกลง
     *    ร่วมกับ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม จัดกิจกรรมส่งเสริมบริการที่พักสีเขียวและชุมชนสีเขียว ในพื้นที่อำเภอปาย อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน และอำเภอเมือง จังหวัดน่าน
     *    ร่วมกับ มูลนิธิ Samui Green Island จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ แนะนำแนวทางปฏิบัติเพื่อร่วมลดภาวะโลกร้อนจากการท่องเที่ยวให้แก่ผู้ประกอบ การธุรกิจท่องเที่ยวบนเกาะสมุย
     *    ร่วมกับ มูลนิธิใบไม้เขียว จัดกิจกรรมส่งเสริมบริการโรงแรมและสปาบนเกาะ สมุยให้ได้รับมาตรฐานใบไม้เขียว  ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่มีการจัดการสิ่งแวดล้อมและ พลังงาน มีการควบคุมคุณภาพและประสิทธิภาพการใช้พลังงาน น้ำ และทรัพยากรธรรมชาติ
     *    ร่วมกับ สถาบัน สิ่งแวดล้อมไทย จัดอบรมบุคลากรของ ททท. รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชนในพื้นที่ 5 เมืองหลักด้านการท่องเที่ยว ได้แก่ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา และนครราชสีมา และพื้นที่นำร่อง ได้แก่ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี และอำเภอเมือง จังหวัดน่าน เป็นต้น

กิจกรรมที่ ททท. ส่วนกลางจัดขึ้น
     การจัดนิทรรศการเผยแพร่ “ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด 7 Greens (ภาษาไทย-อังกฤษ) เพื่อใช้ในการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลกระทบของภาวะโลกร้อนที่มีต่ออุตสาหกรรม ท่องเที่ยว และแนวทางการลดภาวะโลกร้อนตามแนวคิด 7 Greens อันจะนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เช่น งาน Samui Global Mala เกาะสมุย, งานสมัชชาคุณธรรม อิมแพค เมืองทองธานี, งาน Green Fair’09 ณ อุทยานเบญจสิริ, โรงแรมบันยันทรี กรุงเทพฯ, Eco & Adventure Mart เชียงใหม่, ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา เป็นต้น

ที่มาtravel.mthai.com

7 Green


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย  ได้ตระหนักถึงความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปกป้องรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงให้ความสำคัญในเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศทั่วโลก 7 Greens “ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” คือ แนว คิดที่นำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ภายใต้โครงการปฏิญญารักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ ททท. เพื่อให้เกิดผลสำคัญ 2 ประการ คือ ลดผลกระทบจากภาวะโลกร้อน และสร้างรูปแบบการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน เป็นแนวคิดที่พยายามให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงกับทุกภาคส่วน ทั้งผู้ที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวโดยตรง สื่อมวลชน รวมถึงประชาชนทั่วไป อันเชื่อว่าจะสามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงระดับทัศนคติ และนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพ

แนวคิด 7 ประการ เพื่อการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน
     Green Heart                เที่ยวด้วยใจคิด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
     Green Logistics         เที่ยวใกล้-ไกล เลือกใช้ (พาหนะ) พลังงานสะอาด
     Green Attraction        จัดการแหล่งท่องเที่ยว โดยคำนึงถึงความยั่งยืน
     Green Activity             เลือก กิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
     Green Community      เที่ยวอย่างรู้ค่า รักษาเอกลักษณ์ชุมชน
     Green Service             จัดการธุรกิจ ตระหนักคิด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
     Green Plus                   จิตอาสา พาโลกสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

ที่มา  http://travel.mthai.com/

ททท

เที่ยวไทยยั่งยืน

30/4/55

การท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

    ในปีงบประมาณ ๒๕๕๔ นี้ อพท. มีนโยบายเน้นการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนด้วยโครงการที่สนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวในรูปแบบ Low Carbon Tourism เพื่อตอบรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งการท่องเที่ยวนั้นเป็นสาเหตุหนึ่งให้เกิดภาวะโลกร้อน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง การเข้าพักในโรงแรม ตลอดจนกิจกรรมการท่องเที่ยวต่างๆ และแม้แต่ปริมาณขยะที่นักท่องเที่ยวทิ้งไว้ในแหล่งท่องเที่ยวก็ตาม ฉะนั้น เราจึงพยายามรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยการสร้างเทรนด์หรือกระแสการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เช่น การคำนึงถึงการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ปลดปล่อยระหว่างการเดินทางท่องเที่ยว โดยเลือกกิจกรรมท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุด หรือทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนหรือผู้ประกอบการ เช่น การปลูกต้นไม้ เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
    อันที่จริงแล้ว อพท. ได้เริ่มต้นดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับสภาพภูมิอากาศมาตั้งแต่มี 2551 ให้ความร่วมมือกับองค์กรต่างประเทศ คือ องค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน หรือ GIZ วิธีการดำเนินงานก็คือ การให้องค์ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่กระทบต่อการท่องเที่ยว และสนับสนุนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม ซึ่งเราเริ่มจากพื้นที่นำร่อง คือ พื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง กลุ่มเป้าหมายก็คือ ผู้นำชุมชน ผู้ประกอบการการโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร
    ในช่วงปีแรก อพท. และ GIZ ได้ร่วมกันส่งเสริมให้ผู้นำชุมชนมีความรู้ในเรื่องการจัดการขยะ พร้อมๆ กับการเก็บข้อมูลสถิติการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมการท่องเที่ยว และในปีต่อมา จึงได้นำผลการศึกษาดังกล่าวนำเสนอต่อผู้นำระดับจังหวัด เพื่อร่วมกันรณรงค์ผลักดันแนวทางการพัฒนา Low Carbon Tourism จากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะได้จัดทำโครงการนำร่องธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้กับผู้ประกอบการการโรงแรม รีสอร์ท ร้านอาหาร เช่น โครงการจัดอบรมการใช้เครื่องมือบริหารโรงแรมที่เป็นมิตรต่อสภาวะอากาศ และโครงการติดตั้งบ่อหมักก๊าซชีวภาพ เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการใช้แก๊สหุงต้ม และการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ

VTR6 พั้นช์ "ด้วยหัวใจ"



ที่มา http://www.youtube.com/watch?v=7dG-h49Qolw

ท่องเทียว

น้ำตกทีลอซู ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ห่างจากที่ทำการเขตฯ 3 กิโลเมตร ทีลอซู เป็นภาษากะเหรี่ยง แปลว่า น้ำตกดำ มีลักษณะเป็นน้ำตกภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 900 เมตร เกิดจากลำห้วยกล้อท้อ ลำน้ำทั้งสายตกลงสู่หน้าผาสูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี ความกว้างของตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร ไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ มีความสูงประมาณ 300 เมตร ล้อมรอบด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 6 ของเอเชีย[ต้องการอ้างอิง]

ตามความจริงต้องออกเสียงว่า "ทีลอชู" และเป็นคำนามในภาษากะเหรี่ยงแปลว่า "น้ำตก" ชื่อ "ทีลอซู" เป็นความพยายามแปลความหมายทีละคำ โดย "ที" หรือ "ทิ" แปลว่า "น้ำ" "ลอ" หรือ "ล่อ" แปลว่า "ตก" แต่ "ชู" ไม่มีความหมายใกล้เคียง ดังนั้น จึงมีความพยายามทำให้เป็นคำที่มีความหมาย เนื่องจาก "ซู" แปลว่า "ดำ" จึงนำไปสู่การเรียกว่า "ทีลอซู" และแปลว่า "น้ำตกดำ"

ทีลอซู ได้รับคำกล่าวขานถึงว่าเป็นน้ำตกที่สวยงาม และมีความสวยงามเป็นพิเศษในช่วงฤดูฝน ระหว่าง 1 มิ.ย. - 31 พ.ย. ปริมาณน้ำฝนที่มากจะเพิ่มปริมาณน้ำในลำธารทำให้สายน้ำตกกว้างใหญ่กว่าฤดูอื่น แต่เป็นช่วงที่ทางรถเข้าน้ำตกปิด เพื่อป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้เส้นทางและถนอมสภาพทางไม่ให้เสียหาย นักท่องเที่ยวอาจเลี่ยงใช้เส้นทางนี้ได้ โดยการซื้อทัวร์กับบริษัทนำเที่ยวซึ่งจะเดินทางด้วยเรือยางและเดินป่าอีกราว 12 กม.แต่หากมาท่องเที่ยวช่วงฤดูหนาว - ฤดูร้อนระหว่าง 1 ธ.ค. - 31 พ.ค. ก็สามารถใช้ทางรถยนต์เข้าน้ำตกได้ จึงเป็นช่วงเวลาที่เที่ยวได้สะดวกที่สุด ไม่ว่าจะเที่ยวแบบไปกลับหรือพักค้างแรม




http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%95%E0%B8%81%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A5%E0%B8%AD%E0%B8%8B%E0%B8%B9

3/4/55

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:ปาย



ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:ปาย


              ปาย เมืองเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมไปด้วยขุนเขา สูงตระหง่านเป็นรอยต่อชายแดนไทย-พม่า ฤดูหนาวอากาศเย็นจัด เมืองเล็กๆแห่งนี้มักปกคลุมด้วยสายหมอก ละอองน้ำจางๆยามเช้า บรรยากาศอันเงียบสงบ ทุ่งนาสีเขียว ท้องฟ้าสีคราม กับแสงแดดอุ่นๆ ที่ทอดผ่านม่านหมอกหนา  แลเห็นต้นสนไม้ยืนต้นเมืองหนาวสูงใหญ่เป็นทิวแถวตามเชิงเขา วิถีชีวิตที่เรียบง่ายของผู้คน  ด้วยความเป็นเอกลักษณ์นี้ ปายได้ดึงดูดนักเดินทางรวมทั้งตัวผมเองให้มาสัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งนี้ 

ปายได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติทั้งยุโรป ญี่ปุ่น มานานแล้ว  สำหรับคนไทยแล้ว เพิ่งบูม 3 ปีที่ผ่านมา สำหรับปีใหม่ปีนี้ ที่ปายนั่งท่องเที่ยวเยอะเป็นพิเศษ ที่พักหลายที่เต็มไปตั้งแต่ ปลายเดือนตุลาคม ฝนยังไม่หมดดีเลย ก็เต็มกันซะแล้ว ช่วงวันหยุดต่อเนื่องยาวๆ เดือนธันวา โดยเฉพาะปลายปี อันนี้ไม่แนะนำให้ไปครับ นักท่องเที่ยวเยอะมากเกินไป ต้องไปแย่งเข้าคิวกันทานอาหาร แถมยังราคาที่พักก็สูงกว่าปกติเป็นพิเศษ คงไม่สนุกแน่ ยังมีอะไรอีกเยอะ....อ่าน ถามตอบเรื่องปาย ได้ที่นี่


พักผ่อนอย่างจริงจัง สัก 2- 3 วัน คงจะดีไม่น้อย จิบกาแฟร้อนๆ อ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ริมระเบียงรีสอร์ท บางทีจะติดริมน้ำ หรือริมทุ่งคงจะดีไม่น้อย นั่งทอดสายตาไปไกลๆ ท่ามกลางทะเลหมอกยามเช้า คุณอาจได้ไอเดีย ดีๆ กลับมาเริ่มต้นปีใหม่อย่างที่ไม่เคยมาก่อน










ที่มา:www.thai-tour.com


ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:ทุ่งดอกบัวตอง



ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:ทุ่งดอกบัวตอง

วนอุทยานทุ่งบัวตอง หรือทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ อยู่ในท้องที่ บ้านแม่อูคอ หมู่ที่ 6 ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สุรินทร์ มีเนื้อที่ประมาณ 4,437 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2542



แหล่งท่องเที่ยว 
ทุ่งบัวตองเป็นแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่งของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีจุดเด่นที่เป็นทุ่งที่มีดอกบัวตองซึ่งเป็นดอกไม้สีเหลืองขึ้นเป็นจำนวนมาก อยู่บนภูเขาสูง เห็นวิวทิวทัศน์รอบๆทุ่งบัวตองเป็นภูเขาสลับซับซ้อนสวยงามมาก มีอากาศเย็นตลอดปี มีหมอกปกคลุมในตอนเช้า




  • น้ำตกแม่สุรินทร์ 

น้ำตกแม่สุรินทร์ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติแม่สุรินทร์ อยู่ทางทิศเหนือของทุ่งบัวตอง ห่างจากทุ่งบัวตอง 11 กิโลเมตร และห่างจากอำเภอขุนยวม 37 กิโลเมตร 
กิจกรรม :เที่ยวน้ำตก 



  • โครงการอนุรักษ์กล้วยไม้รองเท้านารี 

โครงการอนุรักษ์กล้วยไม้รองเท้านารี อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของทุ่งบัวตอง ห่างจากทุ่งบัวตอง 6 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอขุนยวม 32 กิโลเมตร 
กิจกรรม :ชมพรรณไม้



  • น้ำตกแม่ยวมหลวง 

น้ำตกแม่ยวมหลวง เป็นน้ำตกขนาดเล็ก อยู่ทางทิศใต้ของทุ่งบัวตอง อยู่ห่างจากทุ่งบัวตอง 11 กิโลเมตร ห่างจากอำเภอขุนยวม 15 กิโลเมตร 
กิจกรรม :เที่ยวน้ำตก
ที่มา:www.moohin.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:ภูเรือ


ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:ภูเรือ

          อุทยานแห่งชาติภูเรือ มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอภูเรือและอำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย อาณาเขตด้านทิศเหนืออยู่ติดกับประเทศลาว รูปพรรณสันฐานของภูเรือมีรูปร่างลักษณะเหมือนเรือใหญ่บนยอดดอยสูงเป็นภูผาสีสันสะดุดตาหินบางก้อนมีลักษณะเหมือนถูกปั้นแต่งไว้ ชาวบ้านเรียกว่า “กว้านสมอ” โดยรอบๆ จะเห็นยอดดอยเป็นขุนเขาน้อยใหญ่ใกล้เคียงเป็นฝ้าขาวด้วยละอองน้ำ หมอก ปกคลุมไว้ท่ามกลางป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 120.84 ตารางกิโลเมตร 
ผาโหล่นน้อย 
เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม สามารถมองเห็นภูหลวง ภูผาสาด ภูครั่งและทะเลภูเขา อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 3 กิโลเมตร
กิจกรรม :ชมทิวทัศน์

ผาซำทองหรือผากุหลาบขาว 
เป็นหน้าผาสูงชันและเป็นแหล่งน้ำซับ ประกอบกับมีไลเคนที่มีสีเหลืองคล้ายสีทอง ซึ่งเรียกว่า “ผาซำทอง” เป็นจุดชมทิวทัศน์อีกจุดหนึ่ง อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติตามเส้นทางที่จะไปผาโหล่นน้อยประมาณ 2.5 กิโลเมตร

น้ำตกห้วยไผ่ 
เป็นน้ำตกสูงชัน สูงประมาณ 30 เมตร สายน้ำพุ่งแรงใสสะอาด อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในการใช้ทำน้ำประปาในอำเภอภูเรือ

ยอดภูเรือ 
เป็นจุดที่สูงที่สุดในเขตอุทยานแห่งชาติ อยู่สูงประมาณ 1,365 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง เป็นหน้าผาสูงชัน พื้นที่โดยรอบปกคลุมด้วยป่าสนเขา ทั้งสนสองใบและสนสามใบ สลับกับลานหินธรรมชาติ ต้องเดินขึ้นเขาจากผาโหล่นน้อยมาประมาณ 700 เมตร จากจุดนี้สามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามได้รอบด้านกระทั่งเห็นแม่น้ำเหือง และแม่น้ำโขง ซึ่งกั้นพรมแดนไทย – ลาว บนยอดเรือยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปนาวาบรรพต ซึ่งชาวภูเรืออัญเชิญมาจากอยุธยาด้วย จากยอดภูเรือมีเส้นทางเดินป่าผ่านบริเวณที่มีดอกไม้เล็กๆ เช่น กระดุมเงิน ดาวเรืองภู เปราะภู ซึ่งออกดอกสวยงามในช่วงหน้าหนาว ที่ป่าสนบริเวณ ทุ่งกวางตาย มีดอกกระเจียวบานในช่วงต้นฤดูฝนราวเดือนพฤษภาคม นอกจากนั้นยังมี ลานหินพานขันหมาก เป็นลานหินแตกเป็นรอยตื้นๆ ที่จะพบดอกไม้ที่ชอบขึ้นตามลานหิน เช่น เอื้องม้าวิ่ง อยู่ทั่วไป เส้นทางเดินป่าจะวกกลับไปลานกางเต็นท์ในบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ

สวนหินพาลี 
เป็นลานหินกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยก้อนหินรูปทรงแปลกตาตั้งอยู่เรียงราย บางก้อนคล้ายเสาหินสูง บางก้อนคล้ายดอกเห็ด สวนหินพาลีอยู่ใกล้บริเวณลานกางเต็นท์
กิจกรรม :เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา

ถ้ำไทร 
อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ 2 (ภูสน) ประมาณ 500 เมตร ทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ถ้ำไทรเป็นถ้ำหินทราย ปากทางเข้าถ้ำจะแคบมากต้องลงในทางดิ่งประมาณ 30 เมตร เมื่อถึงที่ราบภายในถ้ำจะเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 30 เมตร ยาวประมาณ 150 เมตร ภายในถ้ำประกอบด้วยหินทรายเป็นแผ่นๆ ซึ่งจะอยู่ตามเพดานถ้ำ ส่วนพื้นล่างจะเป็นลักษณะเม็ดทรายที่ไหลมากับน้ำ และในบริเวณปลายสุดของถ้ำจะมีสายธารน้ำไหลตลอดเวลา บางช่วงจะมีลักษณะเป็นน้ำตกที่เกิดภายในถ้ำ และเมื่อสายน้ำกระทบแสงไฟจะเกิดเป็นประกายที่สวยงาม ภายในถ้ำจะมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ 
ที่มา:www.moohin.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:เขาค้อ



ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:เขาค้อ
เขาค้อ มีชื่อเสียงในฐานะที่มีเป็นสถานที่ที่อากาศเย็นสบาย สดชื่นได้ทั้งปี แม้แต่ในฤดูร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปี เพียง 18-25 องศาเซลเซียสเท่านั้น นอกจากนี้ยังเป็นอำเภอที่ตั้งอยู่บนเทือกเขา ที่ประกอบด้วยภูเขา เนินใหญ่ เนินน้อย สลับกันไปมา สวยงาม ยอดเขาที่สูงที่สุดของเขาค้อ คือ เขาย่า ซึ่งเป็นที่ตั้งของพระตำหนักเขาค้อ มีความสูง 1,290 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ส่วนยอดเขาค้อ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ อนุสรณ์สถานผู้เสียสละ เขาค้อ มีความสูง 1,174 เมตร สภาพอากาศบนเขาค้อจึงค่อนข้างเย็น และเย็นจัดในฤดูหนาว และยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม เป็นแหล่งชมทะเลหมอกที่สวยมากแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก


อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ อยู่บนยอดเขาสูงสุดของเขาค้อ อยู่เลยฐานอิทธิ ไปอีก 1 กิโลเมตร สร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของพลเรือน ทหาร ตำรวจ ทหาร ผู้พลีชีพในการสู้รบเพื่อปกป้องพื้นที่ในเขตรอยต่อ 3 จังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511-2525 โดยสร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปสามเหลี่ยมสูง 24 เมตร หมายถึง การปฏิบัติการร่วมกันระหว่างพลเรือน ตำรวจ ทหารในปี พ.ศ. 2524 ผนังภายในบันทึกประวัติอนุสรณ์สถานและรายชื่อวีรชนผู้เสียสละไว้ด้วย การเดินทาง ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 2196 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 28 ไปเล็กน้อย มีทางแยกขวาไปเส้นทางหมายเลข 2323 ประมาณ 3 กิโลเมตร รวมระยะทางประมาณ 31 กิโลเมตร


พระบรมธาตุเจดีย์กาญจนาภิเษก ตั้งอยู่บนยอดเขาค้อ ติดกับสำนักสงฆ์วิชมัยปุญญาราม ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เจดีย์แห่งนี้ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองราชย์ครบ 50 ปี ในวันสำคัญทางศาสนา เช่น วันมาฆบูชาจะมีประชาชนเดินทางมาประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ทำพิธีเวียนเทียนเป็นประจำ


หอสมุดนานาชาติเขาค้อตั้งอยู่ที่เดียวกับเจดีย์พระบรมสารีริกธาตุ เป็นหอสมุดขนาดใหญ่ออกแบบเป็นรูปเพชรคว่ำ สร้างด้วยกระจกสะท้อนแสง ภายในเก็บรักษาหนังสือทั้งภาษาไทยและ ภาษาต่างประเทศ ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีการจัดงาน “วันนัดพบเอกอัครราชทูต ณ เขาค้อ”โดยเชิญเอกอัครราชทูตจากประเทศต่างๆ มาร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด


เจดีย์พระบรมสารีริกธาตุเขาค้อ ตั้งอยู่บนยอดเขาติดกับหอสมุดนานาชาติเขาค้อ บ้านกองเนียม หมู่ที่ 4 ตำบลเขาค้อ ที่ยอดเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา เจดีย์แห่งนี้ชาวเพชรบูรณ์สร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสทรงครองราชย์ 50 ปี และเป็นที่สักการะบูชาของพุทธศาสนิกชน ในวันสำคัญทางศาสนาจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมกันประกอบพิธีทางศาสนา เช่น พิธีเวียนเทียน


ที่มา:www.khaoko.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:อุทยานแห่งชาติตาดหมอก


        
 ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:อุทยานแห่งชาติตาดหมอก
 อุทยานแห่งชาติตาดหมอก เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่ นักท่องเที่ยว ที่เดินทาง มาท่องเที่ยวที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ไม่ควรพลาด กับการดูพระอาทิตย์ตกที่ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ซี่ง อุทยานแห่งชาติตาดหมอก ได้รับการประกาศให้เป็น อุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 20 เดือนกันยายน พ.ศ. 2541 โดยอยู่ในลำดับ ของการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 87 ลงวันที่ 30 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2541


          ลักษณะทางภูมิประเทศของ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก พื้นที่ส่วนใหญ่นั้น จะมีลักษณะเป็น ป่าดงดิบ และมีความสลับซับซ้อนของเทือกเขา จึงเป็นแหล่งกำเนิด ต้นน้ำลำธารต่างๆ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ อาทิเช่น น้ำตกตาดหมอก น้ำตกสองนาง ห้วยอีมาย ห้วยน้ำเลา ฯลฯ


         อุทยานแห่งชาติตาดหมอก เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ น่าสนใจอีกสถานที่หนึ่ง ในภาคเหนือของประเทศไทย สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ของ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก เช่น


น้ำตกตาดหมอก จะเป็นน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ มีความสูง และสวยงาม อีกทีหนึ่งของ ประเทศไทย ซึ่งมีความสูงถึง 300 เมตร จะเป็นน้ำตก ที่มีลักษณะชั้นเดียวมีที่สำหรับลงเล่นน้ำ เหมาะสำหรับการเดินทาง มาเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว ที่รักการพจญภัย ชอบการปีนป่าย ชอบการเดินเท้า ที่แห่งนี้เหมาะที่สุด



น้ำตกสองนาง เป็นน้ำตกที่มีทั้งหมด 12 ชั้น นักท่องเที่ยว สามารถเดินเท้า เพื่อชม และสัมผัส กับกลิ่นอายธรรมชาติ ทั้ง 12 ชั้นได้ภายในวันเดียวอีกด้วย
จุดชมวิว ซึ่งจะมองเห็นพื้นที่ของ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยเฉพาะตัวเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งช่างเวลาพระอาทิตย์ตกจะสวยงามมาก
          จุดบริการนักท่องเที่ยว ที่ทำการ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก มีพื้นที่ตั้งอยู่หมู่ 6 ตำบลนาป่า อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบูรณ์




ที่มา:www.onlinemoneyusd.ws/travel/north.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร



ที่มา:www.youtube.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:หาดทุ่งวัวแล่น



ที่มา:www.youtube.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:ปลูกป่าชายเลน



         
ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:กิจกรรมปลูกป่าชายเลน
          กิจกรรมการปลูกป่าชายเลน ตำบลคลองโคน มีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์สภาพแวดล้อมที่น่าสนใจ บริเวณปากอ่าวแม่กลอง ตำบลคลองโคน ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานครสามารถเดินทางไปได้สะดวก ปัจจุบันช่วยเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลนได้มากกว่า 2,000 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นต้นแสม ต้นลำพู ผู้สนใจสามารถนั่งเรือหางยาว ชมพื้นที่ป่าชายเลน ชมนกนานาชนิดรวมทั้งลิงแสมและสัมผัสกับชีวิตชาวประมงอย่างใกล้ชิด อบต.คลองโคนจะจัดเตรียมเรือหางยาว กระดานเลน กล้าไม้และอุปกรณ์การปลูกไว้ให้บริการ สำหรับผู้ที่ต้องการมีส่วนร่วมฟื้นฟูป่าชายเลน สอบถามรายละเอียดได้ที่ อบต.คลองโคน โทร. 0 3473 1329 


             การเดินทาง ไปตามถนนพระราม 2 ประมาณกิโลเมตรที่ 72 จะเห็นปั๊มน้ำมันปตท. เลี้ยวซ้าย (ซอยที่มีป้ายทางเข้าพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเขายี่สาร) เข้าไปประมาณ 500 เมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปประมาณ 4 กิโลเมตร






โปรแกรมท่องเที่ยว 1 วัน 
10.00 น. เดินทางถึงศูนย์อนุรักษ์ฯ
10.30 น. บรรยายให้ความรู้เรื่องป่าชายเลนและแนะนำโปรแกรมท่องเที่ยวโดยชุมชน
11.00-12.00 น. เดินทางออกจากศูนย์โดยการล่องเรือเพื่อชมป่าชายเลนที่สมเด็จพระเทพฯ ทรงปลูกตั้งแต่ ปี 2540, 2541, 2542, 2545 และ 2547 ชมระบบนิเวศป่าชายเลนและให้อาหารลิงแสม ล่องเรือชมวิถีชีวิตชาวบ้าน ถีบกระดานเลนเก็บหอยแครง ล้อมกล่ำปลาดุกทะเล และรอเคยเพื่อทำกะปิคลองโครนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก 
12.00 น. รับประทานอาหารกลางวันบน "กระเตงกลางทะเล" (อาหารทะเลและอาหารพื้นบ้านขึ้นชื่อของสมุทรสงคราม)
14.30 น. ล่องเรือชมฟาร์มหอยนารมและหอยแมลงภู่ แถกเรือบนเลน กิจกรรมปลูกป่าชายเลนโดยใช้กระดานเลน (แทนการเดินลุย)
15.30 น. เล่นสกีกระดานเลน
16.00 น. เดินทางเข้าสู่ฝั่ง อาบน้ำและทานอาหารว่าง
16.30 น. เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ
ที่มา:www.amphawatoday.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:อ่าวหินงาม




ท่องเที่ยวหัวใจใหม่: อ่าวหินงาม


             อ่าวหินงามเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งบนเกาะพะงัน เกาะที่ยังคงสภาพความสมบูรณ์ทรงคุณค่า แห่งประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี


            เมื่อกล่าวถึงสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะพะงัน อ่าวหินงามยังไม่ได้ถูกกล่าวถึงมากนัก เพราะที่เกาะพะงันมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและขึ้นชื่ออยู่หลายแห่ง เช่น น้ำตกธารเสด็จ ซึ่งเป็นน้ำตกที่รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จประพาสถึง 14 ครั้ง และได้ทรงพระราชทานนามไว้ หรือสถานที่อีกแห่งที่ผู้คนรู้จักกันก็คือ สวนสุวรรณโชติการาม หรือวัดเขาถ้ำ ตั้งอยู่บนยอดเขาข้าวแห้ง เป็นสำนักสงฆ์ที่ร่มรื่นและในช่วงเดือนกันยายน-พฤศจิกายนจะมีชาวไทยและชาวต่างประเทศนิยมมานั่งวิปัสนาเพื่อชำระจิตใจให้ผ่องใส และถ้าพูดถึงหาดบนเกาะพะงันที่มีชื่อเสีงมากแห่งหนึ่งคือ หาดริ้น หาดที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมา ชุมนุมกันในวันพระจันทร์เต็มดวง เรียกว่า ฟูลมูน ปาร์ตี้ ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยวจำนวนนับพันคนมาเต้นรำกันอย่างสนุกสนานจนมีชื่อเสียง ดังไปทั่วโลก


            อ่าวหินงามเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่บนเกาะพะงัน เป็นอ่าวที่มีความงาม และแวดล้อมด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดอีกแห่งหนึ่ง อ่าวหินงามแห่งนี้ นับว่าเป็นอ่าวที่ยังไม่มีผู้ยึดครองเรียกได้ว่ายังเป็นพื้นที่สาธารณะแห่งเดียวบนเกาะพะงัน รอบ ๆ ชายหาดมีหินลักษณะกลมเกลี้ยง มีประกายยามสะท้อนกับแสงอาทิตย์อย่างสวยงามอยู่มาก เมื่อก่อนมีจำนวนมากกว่านี้ แต่ปัจจุบันได้มีการลักลอบนำไปขาย ทำให้ปริมาณหินสวยงามลดไปมาก จึงได้มีการอนุรักษ์และมีการระวางโทษหากมีผู้ในฝ่าฝืนเข้ามาขโมยจะมีโทษทั้ง จำและปรับ
ที่มา:www.siamtips.blogspot.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:ห้วยขาแข้ง-ทุ่งใหญ่นเรศวร




เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้ง, อุทัยธานี


           ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 3 จังหวัดคืออำเภอบ้านไร่ อำเภอลานสัก อำเภอห้วยคต จังหวัดอุทัยธานี อำเภอสังขละบุรี อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรีและอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก มีพื้นที่ 3,609,375 ไร่ หรือ 5,775 ตร.กม. โดยมีการรวมพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรเข้ามาด้วยทำให้เป็นผืนป่าอนุรักษ์ต่อเนื่องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สภาพป่าของที่นี่มีความหลากหลายทางธรรมชาติประกอบด้วยป่าดงดิบ ป่าดิบเขา ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรังป่าผลัดใบสลับกับทุ่งหญ้าต่างๆ ก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์ต่างๆบางชนิดเป็นสัตว์ที่หายากใกล้จะสูญพันธ์เช่นควายป่า เลียงผา เสือดาว หมาใน ไก่ป่า และยังมีแมลงป่าพันธุ์ต่างๆอีกมากมาย จึงทำให้เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร-ห้วยขาแข้งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็น"มรดกโลกทางธรรมชาติ" ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกขององค์การยูเนสโกระหว่างวันที่ 9-13 ธันวาคม 2534 ณ เมืองคาร์เทจ ประเทศตูนีเซีย นับเป็นผืนป่าอนุรักษ์ที่มีคุณค่าและมีความสำคัญยิ่ง นำความภาคภูมิใจมาสู่ประเทศไทยที่มีพื้นที่ป่าอันอุดมสมบูรณ์ได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกควรค่าแก่การช่วยกันอนุรักษ์หวงแหนรักษาไว้เป็นอย่างยิ่ง


จุดเด่นที่น่าสนใจ


ลำห้วยขาแข้ง
ได้ชื่อว่าเป็นลำน้ำที่มีความสวยงามตามธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นลำน้ำสายใหญ่ให้น้ำตลอดปี นอกจากจะมีน้ำที่ใสแล้ว บางตอนยังเกิดหาดทรายที่ขาวสะอาด ทอดไปตามริมลำห้วย มีปลาชุกชุมมาก รวมทั้งสัตว์ป่าและสัตว์ปีกที่อาศัยอยู่ริมน้ำ ตอนที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คือ บริเวณสบห้วยไอ้เยาะไหลลงห้วยขาแข้ง


น้ำตกโจน
เป็นน้ำตกที่มีน้ำตลอดปี เป็นส่วนหนึ่งของลำห้วยทับเสลาไหลผ่านช่องเขาแคบ ๆ และเปลี่ยนระดับฉับพลัน ก่อให้เกิดน้ำตกมีความสูงประมาณ 50 เมตร




วงตีไก่
เป็นปรากฏการณ์ประหลาดของธรรมชาติที่เกิดมีก้อนหินขนาดต่าง ๆ วางเรียงกันเป็นวง ๆ หลายวง มีชื่อทางเข้าคล้ายประตู 4 ด้าน


โป่งนายสอ
ตั้งชื่อตามชื่อพรานป่าซึ่งเสียชีวิต เพราะถูกแรดทำร้าย อยู่ทางฝั่งขวาของลำห้วยขาแข้ง ตอนกลางของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามีน้ำซับตลอดปี จึงมีสัตว์ป่าชุกชุมมาก


โป่งพุน้ำร้อน
เป็นโป่งใหญ่อยู่ทางตอนเหนือทางฝั่งซ้ายของลำห้วยขาแข้ง มีบ่อ น้ำพุร้อนอยู่ใกล้ ๆ สัตว์ป่าโดยเฉพาะกระทิง วัวแดง และกวาง มีชุกชุมมาก


นอกจากนี้ยังมีโป่งต่าง ๆ ซึ่งมีชื่อเสียงมากอีกหลายโป่ง เช่น โป่งแสนโต๊ะ โป่งตะคร้อ โป่งหญิง โป่งเจียว โป่งสมอ เป็นต้น
ที่มา  :  www.thai-tour.com

ท่องเที่ยวหัวใจใหม่:อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน




ท่องเที่ยวหัวใจใหม่ : อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน
             อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่อำเภอหนองหญ้าปล้อง อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มากที่สุดในประเทศไทย มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ เป็นป่าต้นน้ำของแม่น้ำเพชรบุรีและแม่น้ำปราณบุรี และมีลักษณะเด่นทางธรรมชาติที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ทะเลสาบ น้ำตก ถ้ำ หน้าผาที่สวยงาม มีเนื้อที่ประมาณ 1,821,687.84 ไร่ หรือ 2,914.70 ตารางกิโลเมตร 


สถานที่น่าสนใจภายในอุทยานฯ
ทะเลสาบ มีเนื้อที่ประมาณ 45 ตารางกิโลเมตร มีเกาะกลางแม่น้ำอยู่มากมายหลายเกาะ นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะล่องเรือชมทิวทัศน์เพื่อพักผ่อน หรือตกปลาน้ำจืดในทะเลสาบก็สามารถเช่าเรือได้ที่ร้านอาหาร หรือชมรมเรือที่อยู่บริเวณที่ทำการอุทยานฯ

เขาพะเนินทุ่ง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานฯ ในเขตประเทศไทยอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ 50 กิโลเมตรเป็นภูเขาสูง มีบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้ากว้าง ในระดับความสูง 960 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง บริเวณโดยรอบเป็นป่าดิบเขา มีสัตว์ป่าชุกชุม มีทิวทัศน์งดงาม จากยอดเขาสามารถเห็นทะเลหมอกในช่วงฤดูฝนต่อฤดูหนาว การเดินทางต้องใช้เวลา 2 วัน พักค้างแรม 1 คืนระหว่างทาง และติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทาง อาหารและเต็นท์สำหรับพักค้างแรมไปเอง

พะเนินทุ่งแคมป์ หรือ กม. 30 เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมทะเลหมอกในตอนเช้าได้สวยจุดหนึ่ง และสามารถกางเต็นท์พักแรมได้ การเดินทางต้องใช้รถที่มีกำลังสูง สามารถเหมารถปิกอัพได้จากบริเวณที่ทำการอุทยานฯ เนื่องจากถนนค่อนข้างแคบ อุทยานฯ จึงได้กำหนดเวลาในการขึ้น-ลง คือ เวลาขึ้น ช่วงเช้า 05.00-09.30 น. ช่วงบ่าย เวลา 14.30-15.00 น. เวลาลง ช่วงเช้า 12.00-13.00 น. ช่วงบ่าย 16.30-18.00 น. สำหรับผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่งต้องติดต่อที่ศูนย์บริการนักท่อง เที่ยวเพื่อขอใบอนุญาตผ่านทาง โดยเสียค่าธรรมเนียม คือ ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท รถยนต์สี่ล้อ 30 บาท รถกระบะ 40 บาท รถตู้ 50 บาท รถยนต์มากกว่าสี่ล้อ 70-80 บาท และผู้ที่ต้องการจะขึ้นเขาพะเนินทุ่ง เวลา 05.00 น. ต้องทำใบขออนุญาตล่วงหน้า 1 วัน

น้ำตกทอทิพย์ อยู่ห่างจากเขาพะเนินทุ่ง 15 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์ และเดินทางเท้าเข้าถึงตัวน้ำตกประมาณ 4 กิโลเมตร มีความสูง 9 ชั้น ชั้นที่ 5 เป็นชั้นที่สวยที่สุด แต่ละชั้นสวยงามแปลกตา สภาพโดยรอบเป็นป่าไม้ร่มรื่น ทั้งนี้การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ลึกเข้าไปในผืนป่า ควรขอคำแนะนำและคนนำทางจากเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก่อน นอกจากนี้ รถยนต์ที่ใช้ต้องมีกำลังเครื่องดีเพราะเส้นทางผ่านหุบเขาลาดชัน


เส้นทางดูนก – ผีเสื้อ จะเริ่มจากที่กิโลเมตรศูนย์คือ บริเวณด่านตรวจเขาสามยอดถึงกิโลเมตรที่ 18 จะพบผีเสื้อได้ตามสองข้างทางตามโป่งดินกิโลเมตรที่ 10 –12 และจุดที่นักท่องเที่ยวสามารถดูนกได้คือ บริเวณตั้งแต่อ่างเก็บน้ำห้วยสามยอด เลยด่านตรวจมาไม่ไกล ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของนกน้ำนานาชนิด ส่วนเส้นทางศึกษาธรรมชาตินั้นนับตั้งแต่กิโลเมตรที่ 18 ขึ้นไป และบริเวณกิโลเมตรที่ 18-27 อาจจะพบเห็นนกกระลิงเขียดหางหนาม ซึ่งเป็นนกที่พบในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เดียวในประเทศไทย

แคมป์บ้านกร่าง เป็นจุดพักค้างแรมกางเต็นท์ สำหรับผู้สนใจดูนก และผีเสื้อเนื่องจากมีอากาศเย็นสบาย อยู่บริเวณกม.15 มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเป็นป่าเบญจพรรณ และป่าดิบแล้ง มีไม้ที่พบมากคือ ไม้ตะเคียนทอง ไม้ยาง ไม้มะค่าโมง ไม้หอมหรือไม้กฤษณา และเป็นป่าที่ชุ่มชื้นจึงมีเฟิร์น กระโถนฤาษี หนุมาน หวาย ขึ้นอย่างสมบูรณ์และยังมีสัตว์ป่ามากมายเช่น ช้างป่า กระทิง วัวแดง เก้ง กวาง หมีและสัตว์ป่าสงวน เช่น เลียงผา เก้งหม้อ สมเสร็จ และแมวลายหินอ่อน มีผีเสื้อมากกว่า 150 ชนิดให้ศึกษา โดยเฉพาะในหน้าแล้งจะเห็นฝูงผีเสื้อลงไปกินดินโป่งเป็นจำนวนมาก และราวเดือนกุมภาพันธ์-มิถุนายน จะพบนกได้หลายชนิดสร้างรังวางไข่เลี้ยงลูกอ่อน เช่น นกกก นกกาฮัง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของป่าดงดิบ บริเวณบ้านกร่างมีสถานที่น่าสนใจหลายแห่ง คือ
» น้ำตกปราณบุรี มี 5 ชั้น เป็นน้ำตกเล็ก ๆ อยู่ห่างจากที่ทำการหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ประมาณ 7 กิโลเมตร
» น้ำตกแม่สะเลียง มี 3 ชั้น เป็นน้ำตกสายเล็ก ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง 3 วัน 2 คืน รอบ ๆ น้ำตกยังเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น
» ถ้ำหัวช้าง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ.4 ไปทางทิศตะวันออก 1 กิโลเมตร ระยะทางเดินเท้าเข้าไปถ้ำประมาณ 200 เมตร เป็นถ้ำหินปูน ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยมีลักษณะคล้ายหัวกระโหลกช้าง
» ถ้ำเขาปะการัง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์ฯ กจ. 4 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ 3 กิโลเมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยดูสวยงาม
» เขาปะการัง เป็นภูเขาหินปูนสีเทาอมน้ำเงิน มีหน้าผาให้ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม ประกอบด้วยป่าไม้เขียวขจีและภูเขาสลับซับซ้อน
ที่มา :   www.vimannam.com

29/3/55

โปรแกรม ท่องเที่ยวหัวใจใหม่

               
               การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในปี 2554 ยังเป็นการมองไปข้างหน้า โดยส่วนของตลาดในประเทศ จะใช้แคมเปญ “เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน” เพื่อมุ่งเน้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศ แบบรักษาคุณค่า ความมั่งคั่งของทรัพยากร ซึ่งจะนำไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันก็จะเป็นการสร้างทัศนคติด้านใหม่ให้กับนักท่องเที่ยวไทย และยังจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้สึกดี ที่เห็นนักท่องเที่ยวชาวไทยท่องเที่ยวในรูปแบบดังกล่าว สำหรับตลาดต่างประเทศ จะยังใช้สโลแกน อะเมซิ่งไทยแลนด์ เน้นความเข้มแข็งของแบรนด์ประเทศไทย ให้เกิดการรับรู้อย่างต่อเนื่อง ให้รู้ว่าแบรนด์ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง ไม่ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา ไม่มีความเสียหายในระยะยาว เป็นเพียงความเสียหายในระยะสั้นเท่านั้น ความสามารถของไทยยังมีอยู่ ซึ่งนี่จะเป็นรูปแบบที่จะใช้ในการสื่อสารกับต่างชาติ
ได้ เวลา…สัมผัสธรรมชาติอย่างรู้คุณค่าไปกับ “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย” ด้วยการร่วมมือกันปลุกจิตสำนึกเพื่อนร่วมทาง กระตุ้นวิถีชุมชน สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วม ปกป้อง ดูแล รักษา ทรัพยากรธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยว เพื่อดำรงโลกสีเขียวให้อยู่อย่างยั่งยืนต่อไป



โปรแกรม แนะนำตะลุยชื่นชมความงดงามสถานที่ท่องเที่ยวตัวอย่าง “7 GREENS : ท่องเที่ยวสดใส ใส่ใจสิ่งแวดล้อม” สนุกและมีความสุขในรูปแบบ “เที่ยวหัวใจใหม่…เมืองไทยยั่งยืน” คืนธรรมชาติสู่ผืนโลก คืนความมั่งคั่งสู่ชุมชน แต่ละภาครอต้อนรับการมาเยือนอย่างเป็นมิตรไมตรี

หาก เปลี่ยนเข็มไมล์ไปทาง “ภาคตะวันออก” ที่มาแรงด้านการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ต้องที่ “ตำบลห้วยแร้ง” จะได้สัมผัสชีวิตชุมชนริมคลองที่อยู่กันแบบพอเพียง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นำวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่นมาเป็นภาชนะใส่อาหาร ทำสบู่เปลือกมังคุดใช้กันเอง และมีแหล่งพักสายตาน้ำตกลำน้ำห้วยแร้ง 18 แก่ง ต่อด้วย “ชุมชนบ้านสลักคอก เกาะช้าง” ชุมทางประมงพื้นบ้านแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ ตื่นเต้นกับการพายเรือคยักชมระบบนิเวศป่าผืนใหญ่สุดของเกาะ ล่องเรือรับประทานอาหารเย็น ก่อนหลับฝันดียามค่ำคืน

หรือจะมุ่งหน้า สู่ “ภาคเหนือ” พื้นที่สลับซ้อนแห่งภูเขาเขียวขจี มีสถานที่ธรรมชาติสดใหม่ ณ “อุทยานแห่งชาติดอยภูคา” ดินแดนแห่งพืชพื้นถิ่นหายากใกล้สูญพันธุ์อย่างต้นชมพูภูคา หรือจะแวะ “อุทยานแห่งชาติแม่จริม” ล่องแก่งหลวงลำน้ำว้า ความท้าทายระดับ 3-5 สลับกันไปตลอดกว่า 22 แก่ง จากนั้นก็จองพักโฮมสเตย์ “บ้านหาดผาขน” ชุมชนเกษตรเมืองน่านที่มีความผูกพันกับสายน้ำ เมนูอาหารจานหลักคือปลา…รับประกันความสุขเมื่อมาเยือนเมืองน่าน

จัด โปรแกรมสัปดาห์ต่อไป มุ่งหน้าเยือน “ภาคอีสาน” นั่งหรือขับรถเลาะเมืองย่าโม “นครราชสีมา” ไปชม “ไร่องุ่นกรานมอนเต้” ต้นแบบการนำเทคโนโลยีพยากรณ์สภาพอากาศ ลดการใช้สารเคมี แหล่งปลูกองุ่นทำไวน์และผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากชนิด บึ่งรถต่อไป “อำเภอวังน้ำเขียว” เยี่ยมชม “สถาบันวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช” สถานที่ 1 ใน 408 แห่ง ซึ่งเป็นแหล่งชีวมณฑลของโลกที่
ยูเนสโกจัดให้มีกิจกรรม ท่องไพรชมป่าดิบแล้ง เต็งรัง พืชสมุนไพร เมื่อรู้สึกล้าให้แวะที่ “กลุ่มแม่บ้านโนนค่าง” มีบริการนวดเท้า ทดลองทำขนมพื้นบ้าน ชิมเมี่ยงคำ หมากเม่า น้ำผลไม้ตามฤดูกาล

สำหรับ “ภาคใต้” จังหวัดที่มีครบทุกอย่างอีกแห่งคือ “นครศรีธรรมราช” กิจกรรมหลัก ๆ ได้แก่ แวะสักการะพระบรมสารีริกธาตุต้องที่ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” เรียนรู้วัฒนธรรมเชิงลึก แวะ “พิพิธภัณฑ์หนังตะลุง บ้านหนังสุชาติ ทรัพย์สิน” ชมต้นแบบการจัดการชุมชนกลางธรรมชาติเขียวครึ้มควรไป “หมู่บ้านคีรีวง” ผู้ที่ชื่นชอบไอทะเลหมอกยามเช้าควรขึ้นยอดเขาเหล็ก “บ้านกุงชิง” ในอุทยานแห่งชาติเขาหลวง มีหนานฝนแสนห่าให้ชม

ที่มา : www.muangthai.com